MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ขั้นตอนการวัดความดันเลือดโลหิตให้ถูกวิธี

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 - 17:41 น.
AA 10

ความดันโลหิต คือ แรงดันของกระแสเลือดที่มีต่อผนังหลอดเลือด โดยมีอวัยวะสำคัญที่ควบคุมให้ความดันอยู่ในระดับปกติ เช่น หัวใจ ไต หลอดเลือดที่หดหรือขยายตัวได้ เป็นต้น ค่าความดันโลหิตขณะนั่งพักในวัยผู้ใหญ่จะประมาณ 120/80 มม.ปรอท และเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ตามท่าของร่างกาย อาหารเครื่องดื่ม อารมณ์ที่เปลี่ยนปริมาณการออกกำลัง

ถ้าเกิดในตำแหน่งสำคัญอาจเสียชีวิตรวดเร็ว ความที่สูงรุนแรงเฉียบพลันจะทำให้สมองบวม ปวดศีรษะและซึมลงจนไม่รู้สึกตัว รวมไปถึงไต จากมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอเกิดภาวะไข่ขาวรั่วออกทางปัสสาวะ ไตวาย เรื้อรังหรือเฉียบพลันซึ่งจะทำให้ความดันยิ่งสูงมากขึ้น หลอดเลือดแดงในตาแตกและมีเลือดออกทำให้ประสาทตาเสื่อมและอาจตามัวลงและหลอดเลือดแดงใหญ่ เกิดจากโป่งพองและฉีกขาดของผนังหลอดเลือดจะมีอาการเจ็บหน้าอก ถ้ารุนแรงอาจเสียชีวิต

ถ้าไม่ได้รักษาเป็นเวลานาน ๆ ร่วมกับมีภาวะไขมันสูง สูบบุหรี่ โรคเบาหวานที่ไม่ควบคุม น้ำตาลในเลือดที่สูงจะเร่งทำให้หลอดเลือดแดงเสื่อม โดยมีคราบไขมันพอก ที่ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตีบ ก่อให้เกิดความเสียหายและทำให้เกิดอาการของภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจ เกิดภาวะกล้ามเนื้อ หัวใจหนา หัวใจวาย หรือมีหลอดเลือดหัวใจตีบทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง สมองเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตกทำให้เป็นอัมพาต

สำหรับคนที่แข็งแรงอาจไม่ต้องวัดความดันบ่อยนัก แต่คนที่มีความเสี่ยงความดันสูง หรืออยู่ในเกณฑ์ความดันสูง ควรหมั่นวัดความดันอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายกับสุขภาพ

ความดันสูง คือ ความดันที่วัดได้สูงกว่าปกติ ทั้งช่วงบนและช่วงล่าง โดยทั่วไปหมอมักจะให้ความสำคัญต่อช่วงล่างมากกว่า ถึงแม้ว่าวัดความดันได้ช่วงบนปกติ แต่ถ้าช่วงล่างวัดได้มากกว่า 90 ขึ้นไปก็ถือว่าคนๆ นั้นเป็นโรคความดันสูงได้ เช่น

  • คนอายุ 30 ปี วัดความดันได้ 140/100 ถือว่าความดันสูง
  • คนอายุ 50 ปี วัดความดันได้ 150/90 ถือว่าความดันปกติ

ขั้นตอนในการวัดความดัน

  1. นั่ง หรือ นอนพัก ให้สบาย หายตื่นเต้น ประมาณ 5-10 นาที
  2. ถ้า วัดความดันท่านอน ให้นอนหงาย วางแขนขนานกับลำตัวตามสบาย หงายฝ่ามือขึ้น วัดความดันท่านั่ง นั่งบนเก้าอี้ วางแขนที่จะวัดบนโต๊ะ หงายฝ่ามือขึ้น ท่านี้สะดวกในการวัดความดันด้วยตัวเอง
  3. วางเครื่องวัดความดันโลหิต ให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ หันหน้าปัทม์ที่อ่านให้อยู่ในระดับเดียวกับสายตา ไม่ควรวางไกลเกิน 3 ฟุต
  4. พันผ้ารอบแขน โดยจับปลายด้านที่มีสายยาง วางบนแขนด้านชิดกับลำตัว แล้วจึงพันส่วนที่เหลือไปเรื่อยๆ จนรอบแขน ให้ขอบล่างของผ้าพันแขน อยู่เหนือข้อศอกประมาณ 2 นิ้ว กรณีที่สวมเสื้อมีแขน ให้พับแขนเสื้อข้างนั้นขึ้นเหนือข้อศอก ประมาณ 5 นิ้ว ก่อนพันผ้าพันแขน
  5. คลำชีพจรตรงข้อพับให้ได้ก่อน ต่อไปวางเครื่องฟังลงบนตำแหน่งที่จับชีพจรได้ แล้วกดลงเบาๆ
  6. หมุนเกลียวลูกยางที่คลายไว้ ให้ปิด ก่อนที่จะบีบลูกยาง เพื่อเพิ่มความดันในผ้าพันแขน เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของลูกยางเรียบร้อยแล้ว ให้บีบลูกยางซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ หลายๆ ครั้ง จนกระทั่งจับชีพจรที่ข้อมือไม่ได้ หรือสังเกตที่หน้าปัทม์บอกความดันให้ปรอท หรือเข็มขึ้นไปที่เลข 160 (สำหรับคนหนุ่มสาว), 200 (สำหรับคนสูงอายุ) จากนั้นให้ค่อยๆ คลายเกลียวลูกยาง เพื่อลดความดันในผ้าที่พันแขนไว้ คลายไปเรื่อยๆ ช้าๆ จนกระทั่งความดันในผ้าพันแขนเท่ากับความดันในหลอดเลือด เส้นเลือดจะขยาย มีเลือดไหนผ่าน ทำให้เราได้ยินเสียงตุ๊บๆ ดังไปเรื่อยๆ ขณะที่เราคลายเกลียวลูกยางไปช้าๆ จนกระทั่งถึงจุดๆ หนึ่ง เสียงจะเปลี่ยนเป็นเสียงเบาๆ ลง แล้วเสียงนั้นก็จะหายไปในที่สุด แต่มือเรายังคลายเกลียวลูกยางไปเรื่อยๆ จนเข็มหรือปรอทตกอยู่ที่เลข 0 ตามเดิม
  7. เสียงดังครั้งแรก ที่ได้ยินก็คือ ความดันช่วงบนหรือ ที่หมอเรียกว่า ความดันซีสโตลิค (ความดันเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว) จุดที่เสียงเปลี่ยนหรือเสียงหาย ก็คือ ความดันช่วงล่าง หรือที่หมอเรียกว่า ความดันไดแอสโตลิค (ความดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว) ดังนั้น ค่าความดัน จึงเขียนเป็นเลขสองจำนวนเสมอ และมีหน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท เช่น 120/80 มิลลิเมตรปรอท (120 คือ ความดันช่วงบน ส่วน 80 คือ ความดันช่วงล่าง)
  8. ภายหลังที่วัดความดันครั้งแรก แล้ว เพื่อความแน่นอนให้วัดซ้ำดูอีกครั้ง โดยเฉพาะ ถ้าพบว่า ความดันสูงหรือต่ำกว่าปกติ หรือในกรณีที่วัดความดันครั้งแรกได้ยินเสียงครั้งแรกอยู่ตรงระดับปลายเข็ม หรือปรอทที่เราบีบขึ้นไปนั้นพอดี ก็ควรจะวัดซ้ำอีกครั้ง โดยบีบลมเข้าไปเพิ่มความดันให้มากขึ้นกว่าเดิม ประมาณ 20-30 มิลลิเมตรปรอท

ข้อควรระวังในการวัดความดัน

1. อย่าพันผ้าพันแขนหลวม หรือแน่นเกินไปเพราะจะทำให้ค่าความดันผิดพลาดได้

2. ก่อนวัดทุกครั้ง ควรให้ผู้ที่จะวัด พักผ่อนร่างกายและจิตใจให้เป็นปกติเสียก่อน ไม่ควรวัดในขณะตื่นเต้น หรือเหนื่อยจัด

3. ถ้าพบว่าความดันสูงหรือต่ำกว่าปกติ ให้วัดซ้ำอีก 2-3 ครั้ง เพื่อความแน่ใจ

นอกจากนี้ มี 5 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวัดความดันที่บ้าน ที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้การวัดความดันที่บ้านมีความแม่นยำมากขึ้น

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ขั้นตอนการวัดความดันเลือดโลหิตให้ถูกวิธี